โลกของอีสเตอร์

ฉากที่ 1 / 7
เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม
ฝูงชนถือกิ่งอินทผลัมออกมาต้อนรับ ร้องโฮซันนา ขณะที่พระเยซูทรงลูกลาเข้าเมือง ไม่กี่วันต่อมา เสียงโห่ร้องเปลี่ยนเป็นเสียงเรียกร้องให้ตรึงพระองค์
อ่านจากพระคัมภีร์ · ยอห์น 12:12–15
“วันต่อมา ฝูงชนจำนวนมากที่มาในงานเทศกาล ได้ยินว่าพระเยซูกำลังเสด็จมาที่กรุงเยรูซาเล็ม พวกเขาจึงถือทางตาลออกไปต้อนรับพระองค์ และโห่ร้องว่า “โฮซันนา ขอให้ผู้ที่เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า กษัตริย์แห่งอิสราเอล ทรงพระเจริญ” พระเยซูทรงพบลูกลาตัวหนึ่งจึงประทับบนมัน ตามที่มีเขียนไว้ว่า “ธิดาแห่งซิโยนเอ๋ย อย่ากลัวเลย ดูเถิด กษัตริย์ของเจ้ากำลังเสด็จมา ประทับบนลูกลา””
อ่านทั้งบท
ฉากที่ 2 / 7
อาหารมื้อสุดท้าย
พระเยซูทรงหักขนมปังและยื่นถ้วยให้สาวก ตรัสว่านี่คือพระกายและพระโลหิตของพระองค์ที่ประทานเพื่อพวกเขา และให้ทำเช่นนี้เพื่อระลึกถึงพระองค์
อ่านจากพระคัมภีร์ · ลูกา 22:14–20
“เมื่อถึงเวลา พระองค์ก็ประทับที่โต๊ะอาหารพร้อมกับพวกอัครทูต พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “เราอยากกินปัสกานี้กับพวกท่านมากก่อนที่เราจะทนทุกข์ เพราะเราบอกพวกท่านว่า เราจะไม่กินปัสกานี้อีกจนกว่าความหมายของปัสกาจะสำเร็จครบถ้วนในแผ่นดินของพระเจ้า” พระองค์ทรงรับถ้วยมา ขอบพระคุณพระเจ้า แล้วตรัสว่า “จงรับถ้วยนี้ไปและแบ่งกันดื่มเถิด เพราะเราบอกพวกท่านว่า ตั้งแต่นี้ไปเราจะไม่ดื่มน้ำจากผลองุ่นอีกจนกว่าแผ่นดินของพระเจ้าจะมาตั้งอยู่” พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ขอบพระคุณพระเจ้า แล้วหักส่งให้พวกเขา พร้อมกับตรัสว่า “นี่คือร่างกายของเรา [ที่มอบให้เพื่อพวกท่าน จงทำอย่างนี้เพื่อระลึกถึงเรา” เมื่อกินอาหารเสร็จแล้ว พระองค์ทรงหยิบถ้วยมาทำเช่นเดียวกัน พร้อมกับตรัสว่า “ถ้วยนี้คือพันธสัญญาใหม่ด้วยเลือดของเรา ที่เทออกเพื่อพวกท่าน]””
อ่านทั้งบท
ฉากที่ 3 / 7
สวนเกทเสมนี
ในคืนนั้นพระเยซูทรงอธิษฐานด้วยความทุกข์ใจอย่างยิ่ง ทูลพระบิดาว่าไม่ใช่ตามใจของพระองค์ แต่ตามพระทัยของพระบิดา
อ่านจากพระคัมภีร์ · มัทธิว 26:36–39
“แล้วพระเยซูเสด็จมากับพวกเขาถึงสถานที่หนึ่งชื่อเกทเสมนี และตรัสกับพวกสาวกว่า “จงนั่งอยู่ที่นี่ ขณะที่เราไปอธิษฐานตรงโน้น” พระองค์ทรงพาเปโตรและบุตรทั้งสองของเศเบดีไปด้วย แล้วพระองค์ก็ทรงเริ่มเศร้าโศกและทุกข์ใจอย่างหนัก แล้วพระเยซูตรัสกับพวกเขาว่า “ใจของเราเศร้าโศกมากจนแทบจะตาย จงอยู่ที่นี่และเฝ้าระวังร่วมกับเราเถิด” พระองค์เสด็จไปข้างหน้าอีกหน่อยหนึ่ง ซบพระพักตร์ลงถึงดิน และอธิษฐานว่า “พระบิดาของข้าพระองค์ ถ้าเป็นไปได้ ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด แต่อย่างไรก็ตาม อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์””
อ่านทั้งบท
ฉากที่ 4 / 7
กางเขน
บนกางเขน พระเยซูทรงอธิษฐานขอให้พระบิดายกโทษแก่ผู้ที่ตรึงพระองค์ แล้วทรงมอบวิญญาณไว้กับพระบิดาและสิ้นพระชนม์
อ่านจากพระคัมภีร์ · ลูกา 23:33–46
“เมื่อพวกเขามาถึงสถานที่ที่เรียกว่า “กะโหลกศีรษะ” พวกเขาก็ตรึงพระองค์ที่กางเขนพร้อมกับอาชญากรสองคนนั้น คนหนึ่งอยู่ทางขวาและอีกคนหนึ่งอยู่ทางซ้ายของพระองค์ พระเยซูตรัสว่า “พระบิดาเจ้าข้า ขอทรงยกโทษให้พวกเขาด้วย เพราะพวกเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร” แล้วพวกเขาก็เอาเสื้อผ้าของพระองค์มาจับฉลากแบ่งกัน ประชาชนยืนดูอยู่ ส่วนพวกผู้นำก็เยาะเย้ยพระองค์ว่า “เขาช่วยคนอื่นให้รอดได้ ก็ให้เขาช่วยตัวเองสิ ถ้าเขาเป็นพระคริสต์ของพระเจ้า เป็นผู้ที่พระองค์ทรงเลือกไว้” พวกทหารก็เข้ามาเยาะเย้ยพระองค์ด้วย โดยเอาน้ำองุ่นเปรี้ยวมาให้พระองค์ และพูดว่า “ถ้าท่านเป็นกษัตริย์ของชาวยิว ก็ช่วยตัวเองให้รอดสิ” มีป้ายเขียนติดไว้เหนือพระองค์ว่า “นี่คือกษัตริย์ของชาวยิว” อาชญากรคนหนึ่งที่ถูกแขวนอยู่บนกางเขนได้พูดหมิ่นประมาทพระองค์ว่า “ท่านเป็นพระคริสต์ไม่ใช่หรือ ช่วยตัวเองและพวกเราให้รอดสิ” แต่อีกคนหนึ่งตอบและตำหนิเขาว่า “แกไม่เกรงกลัวพระเจ้าเลยหรือ ทั้งที่แกก็รับโทษเหมือนกัน …”
อ่านทั้งบท
ฉากที่ 5 / 7
อุโมงค์
โยเซฟชาวอาริมาเธียนำพระศพไปพันด้วยผ้าป่านและวางไว้ในอุโมงค์ใหม่ แล้วกลิ้งหินใหญ่ปิดปากอุโมงค์
อ่านจากพระคัมภีร์ · มัทธิว 27:57–60
“พอถึงเวลาเย็น มีเศรษฐีคนหนึ่งจากเมืองอาริมาเธียชื่อโยเซฟมาที่นั่น เขาเองก็เป็นสาวกของพระเยซูด้วย เขาไปหาปิลาตเพื่อขอรับพระศพของพระเยซู ปิลาตจึงสั่งให้มอบพระศพแก่เขา โยเซฟรับพระศพมา แล้วเอาผ้าป่านสะอาดพันพระศพไว้ และนำไปวางไว้ในอุโมงค์ฝังศพใหม่ของเขาเองที่เจาะไว้ในหน้าผาหิน จากนั้นเขากลิ้งหินก้อนใหญ่มาปิดปากอุโมงค์ไว้ แล้วก็จากไป”
อ่านทั้งบท
ฉากที่ 6 / 7
อุโมงค์ว่างเปล่า
เช้ามืดวันอาทิตย์ ผู้หญิงไปที่อุโมงค์และพบทูตสวรรค์บอกว่า อย่ากลัวเลย พระองค์ไม่ได้อยู่ที่นี่ เพราะทรงเป็นขึ้นมาแล้วตามที่ได้ตรัสไว้
อ่านจากพระคัมภีร์ · มัทธิว 28:1–7
“หลังจากวันสะบาโตผ่านไป เมื่อรุ่งเช้าของวันแรกในสัปดาห์ มารีย์ชาวมักดาลาและมารีย์อีกคนหนึ่งมาดูอุโมงค์ฝังศพ ทันใดนั้นก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง เพราะทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าลงมาจากสวรรค์ แล้วกลิ้งก้อนหินออกจากปากอุโมงค์และนั่งอยู่บนนั้น รูปร่างหน้าตาของทูตสวรรค์สว่างเหมือนแสงฟ้าแลบ และเสื้อผ้าก็ขาวเหมือนหิมะ พวกทหารยามกลัวทูตสวรรค์องค์นั้นมากจนตัวสั่น และกลายเป็นเหมือนคนตาย ทูตสวรรค์พูดกับผู้หญิงทั้งสองว่า “อย่ากลัวเลย เรารู้ว่าพวกเธอมาหาพระเยซูที่ถูกตรึงบนไม้กางเขน พระองค์ไม่ได้อยู่ที่นี่ เพราะพระองค์ฟื้นขึ้นจากความตายแล้วเหมือนที่เคยตรัสไว้ มาดูที่ที่พระองค์เคยนอนอยู่สิ แล้วรีบไปบอกพวกสาวกของพระองค์ว่า ‘พระองค์ฟื้นขึ้นจากความตายแล้ว และกำลังเสด็จไปที่แคว้นกาลิลีล่วงหน้าพวกท่านไป พวกท่านจะพบพระองค์ที่นั่น’ นี่แหละคือสิ่งที่เรามาบอกพวกเธอ””
อ่านทั้งบท
ฉากที่ 7 / 7
ความหมายของอีสเตอร์
พระเยซูตรัสว่าพระองค์ทรงเป็นการเป็นขึ้นมาและเป็นชีวิต ผู้ที่วางใจในพระองค์ แม้ตายแล้วก็จะมีชีวิตอีก อีสเตอร์คือความหวังที่ความตายเอาไปไม่ได้
อ่านจากพระคัมภีร์ · ยอห์น 11:25–26
“พระเยซูตรัสกับเธอว่า “เราคือการเป็นขึ้นจากตายและเป็นชีวิต คนที่เชื่อในเราจะมีชีวิตอยู่ แม้ว่าเขาจะตายไปแล้วก็ตาม และทุกคนที่มีชีวิตอยู่และเชื่อในเราจะไม่มีวันตายเลย เธอเชื่อสิ่งนี้ไหม””
อ่านทั้งบท