พันธสัญญาใหม่ทุกบท (6)

เอเฟซัส 5

ฉบับอ่านง่าย RukJesus (ฉบับร่าง) · 33 ข้อ · คำอธิบาย 7 รายการ

1ดังนั้น พวกคุณจงเลียนแบบพระเจ้า เหมือนเป็นลูกที่รักของพระองค์ 2และจงดำเนินชีวิตในความรัก เหมือนที่พระคริสต์ทรงรักเรา และทรงสละพระองค์เองเพื่อเรา ให้เป็นเครื่องถวายและเครื่องบูชาที่มีกลิ่นหอมแด่พระเจ้า1 3แต่เรื่องการผิดศีลธรรมทางเพศ ความมลทินทุกอย่าง หรือความโลภ อย่าให้มีการพูดถึงในหมู่พวกคุณเลย จึงจะสมกับที่เป็นคนบริสุทธิ์ของพระเจ้า 4อย่าพูดคำหยาบคาย คำพูดโง่ๆ หรือคำพูดตลกขบขันที่ไม่เหมาะสม แต่ให้พูดขอบพระคุณพระเจ้าดีกว่า 5เพราะพวกคุณรู้แน่ว่า คนที่ผิดศีลธรรมทางเพศ คนที่มีมลทิน หรือคนโลภ (ซึ่งก็คือคนที่ไหว้รูปเคารพ) จะไม่มีส่วนมรดกในแผ่นดินของพระคริสต์และของพระเจ้า 6อย่าให้ใครมาหลอกพวกคุณด้วยคำพูดไร้สาระ เพราะสิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้พระพิโรธของพระเจ้ามาถึงคนที่ไม่เชื่อฟัง

7ดังนั้น อย่าเข้าไปมีส่วนร่วมกับพวกเขาเลย 8เพราะเมื่อก่อนพวกคุณเคยเป็นความมืด แต่ตอนนี้พวกคุณเป็นความสว่างในองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว จงดำเนินชีวิตเหมือนลูกของความสว่าง 9เพราะผลของความสว่างนั้นพบได้ในความดี ความชอบธรรม และความจริงทุกอย่าง 10จงพิสูจน์ดูว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าพอพระทัย 11อย่าเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจการของความมืดที่ไม่มีประโยชน์ แต่จงเปิดโปงกิจการเหล่านั้นดีกว่า 12เพราะสิ่งที่พวกเขาทำอย่างลับๆ นั้น แค่พูดถึงก็ยังน่าอายเลย

13แต่ทุกสิ่งที่ถูกเปิดโปง ก็จะปรากฏให้เห็นโดยความสว่าง เพราะทุกสิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็คือความสว่าง 14ดังนั้นจึงมีคำกล่าวว่า “ตื่นเถิด คนที่หลับอยู่ และจงเป็นขึ้นมาจากความตาย แล้วพระคริสต์จะส่องสว่างแก่คุณ” 15ดังนั้น จงระวังการดำเนินชีวิตของพวกคุณให้ดี อย่าทำตัวเหมือนคนไม่มีปัญญา แต่จงเป็นเหมือนคนมีปัญญา 16จงใช้ทุกโอกาสให้เป็นประโยชน์ เพราะทุกวันนี้เป็นยุคที่ชั่วร้าย1 17เพราะฉะนั้น อย่าเป็นคนโง่เขลา แต่จงเข้าใจว่าอะไรคือพระประสงค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า 18อย่าเมาเหล้าองุ่นซึ่งจะนำไปสู่การปล่อยตัวเสเพล แต่จงเต็มล้นด้วยพระวิญญาณ

19จงพูดคุยกันด้วยเพลงสดุดี เพลงนมัสการ และเพลงฝ่ายวิญญาณ จงร้องเพลงและบรรเลงเพลงจากใจของพวกคุณถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า 20จงขอบพระคุณพระเจ้าผู้เป็นพระบิดาสำหรับทุกสิ่งเสมอ ในพระนามของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา1 21จงยอมเชื่อฟังกันและกันด้วยความยำเกรงพระคริสต์ 22ภรรยาทั้งหลาย จงยอมเชื่อฟังสามีของตน เหมือนยอมเชื่อฟังองค์พระผู้เป็นเจ้า1 23เพราะว่าสามีเป็นศีรษะของภรรยา เหมือนที่พระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักร และพระองค์เองทรงเป็นผู้ช่วยพระกายให้รอด 24คริสตจักรยอมเชื่อฟังพระคริสต์อย่างไร ภรรยาก็ควรยอมเชื่อฟังสามีในทุกเรื่องอย่างนั้น

25สามีทั้งหลาย จงรักภรรยาของตน เหมือนที่พระคริสต์ทรงรักคริสตจักรและทรงสละพระองค์เองเพื่อคริสตจักร1 26เพื่อพระองค์จะทรงทำให้คริสตจักรบริสุทธิ์ โดยการชำระล้างด้วยน้ำและด้วยพระวจนะ 27เพื่อพระองค์จะได้นำคริสตจักรที่มีพระสิริมามอบแด่พระองค์เอง เป็นคริสตจักรที่ไม่มีจุดด่างพร้อย ริ้วรอย หรือตำหนิใดๆ แต่บริสุทธิ์และปราศจากที่ติ 28ในทำนองเดียวกัน สามีก็ต้องรักภรรยาของตนเหมือนรักร่างกายของตัวเอง คนที่รักภรรยาก็เท่ากับรักตัวเอง 29เพราะไม่มีใครเกลียดชังร่างกายของตัวเอง มีแต่จะเลี้ยงดูและทะนุถนอม เหมือนที่พระคริสต์ทรงทำต่อคริสตจักร1 30เพราะเราเป็นอวัยวะในพระกายของพระองค์

31“เพราะเหตุนี้ ผู้ชายจะละทิ้งพ่อแม่ของเขาไปผูกพันกับภรรยา และทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน”1 32ความล้ำลึกในเรื่องนี้ยิ่งใหญ่นัก แต่ผมกำลังพูดถึงพระคริสต์กับคริสตจักร 33อย่างไรก็ตาม พวกคุณแต่ละคนต้องรักภรรยาของตนเหมือนรักตัวเอง และภรรยาก็ต้องเคารพสามีของตน