พันธสัญญาใหม่ทุกบท (16)

1 โครินธ์ 11

ฉบับอ่านง่าย RukJesus (ฉบับร่าง) · 34 ข้อ · คำอธิบาย 9 รายการ

1ขอให้พวกท่านทำตามแบบอย่างของข้าพเจ้า เหมือนที่ข้าพเจ้าทำตามแบบอย่างของพระคริสต์1 2ข้าพเจ้าขอชมเชยพวกท่านที่ระลึกถึงข้าพเจ้าในทุกเรื่อง และยึดมั่นในคำสอนที่สืบทอดกันมาตามที่ข้าพเจ้าได้มอบไว้ให้พวกท่าน 3แต่ข้าพเจ้าอยากให้พวกท่านรู้ว่า ศีรษะของผู้ชายทุกคนคือพระคริสต์ ศีรษะของผู้หญิงคือผู้ชาย และพระเศียรของพระคริสต์คือพระเจ้า3 4ผู้ชายทุกคนที่อธิษฐานหรือเผยพระวจนะโดยมีสิ่งปกคลุมศีรษะ ก็ทำให้ศีรษะของตนเองเสื่อมเสียเกียรติ 5แต่ผู้หญิงทุกคนที่อธิษฐานหรือเผยพระวจนะโดยไม่มีสิ่งปกคลุมศีรษะ ก็ทำให้ศีรษะของตนเองเสื่อมเสียเกียรติ เพราะมีค่าเท่ากับว่าเธอโกนผม 6เพราะถ้าผู้หญิงไม่มีสิ่งปกคลุมศีรษะ ก็ให้เธอตัดผมเสีย แต่ถ้าการตัดผมหรือโกนผมเป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับผู้หญิง ก็ให้เธอเอาสิ่งปกคลุมศีรษะไว้

7ผู้ชายไม่ควรมีสิ่งปกคลุมศีรษะ เพราะเขาเป็นพระฉายาและพระสิริของพระเจ้า ส่วนผู้หญิงเป็นศักดิ์ศรีของผู้ชาย1 8เพราะผู้ชายไม่ได้มาจากผู้หญิง แต่ผู้หญิงมาจากผู้ชาย 9และผู้ชายไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อผู้หญิง แต่ผู้หญิงถูกสร้างมาเพื่อผู้ชาย1 10ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงจึงควรมีสัญลักษณ์ของสิทธิอำนาจอยู่บนศีรษะ เพราะเห็นแก่พวกทูตสวรรค์1 11แต่อย่างไรก็ตาม ในองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้หญิงก็ขาดผู้ชายไม่ได้ และผู้ชายก็ขาดผู้หญิงไม่ได้ 12เพราะผู้หญิงมาจากผู้ชายฉันใด ผู้ชายก็เกิดมาจากผู้หญิงฉันนั้น แต่ทุกสิ่งมาจากพระเจ้า

13พวกท่านจงตัดสินใจเอาเองเถิดว่า การที่ผู้หญิงอธิษฐานต่อพระเจ้าโดยไม่มีสิ่งปกคลุมศีรษะนั้นเหมาะสมหรือไม่ 14ธรรมชาติเองไม่ได้สอนพวกท่านหรือว่า ถ้าผู้ชายไว้ผมยาวก็เป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับเขา 15แต่ถ้าผู้หญิงไว้ผมยาวก็เป็นศักดิ์ศรีแก่เธอ เพราะผมนั้นประทานให้เธอเพื่อเป็นสิ่งปกคลุม 16แต่ถ้าใครคิดจะโต้แย้งเรื่องนี้ เราไม่มีธรรมเนียมแบบนั้น และคริสตจักรทั้งหลายของพระเจ้าก็ไม่มีด้วย 17ในการสั่งสอนเรื่องต่อไปนี้ ข้าพเจ้าขอไม่ชมเชยพวกท่าน เพราะการที่พวกท่านมาชุมนุมกันนั้นไม่ได้ทำให้ดีขึ้น แต่กลับทำให้แย่ลง 18อย่างแรกคือ ข้าพเจ้าได้ยินว่าเมื่อพวกท่านมาชุมนุมกันในคริสตจักร มีการแตกแยกกันในหมู่พวกท่าน และข้าพเจ้าก็เชื่อว่ามีส่วนจริงอยู่บ้าง

19เพราะจะต้องมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกในหมู่พวกท่าน เพื่อคนที่พระเจ้าทรงรับรองจะได้ปรากฏชัดเจนในหมู่พวกท่าน 20ดังนั้น เมื่อพวกท่านมาชุมนุมกัน นั่นไม่ใช่การกินอาหารมื้อเย็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า 21เพราะเวลากิน แต่ละคนก็รีบกินอาหารของตนเองก่อน คนหนึ่งจึงหิว ส่วนอีกคนหนึ่งก็เมา 22พวกท่านไม่มีบ้านที่จะกินและดื่มหรือ? หรือว่าพวกท่านดูหมิ่นคริสตจักรของพระเจ้า และทำให้คนที่ไม่มีอะไรเลยต้องอับอาย? ข้าพเจ้าจะพูดกับพวกท่านอย่างไรดี? จะให้ชมเชยพวกท่านหรือ? ในเรื่องนี้ข้าพเจ้าขอไม่ชมเชยเลย 23เพราะข้าพเจ้าได้รับเรื่องนี้จากองค์พระผู้เป็นเจ้า และได้ถ่ายทอดให้พวกท่านแล้ว คือในคืนที่องค์พระเยซูทรงถูกทรยศ พระองค์ทรงหยิบขนมปัง 24เมื่อทรงขอบพระคุณแล้ว พระองค์ทรงหักขนมปังและตรัสว่า “นี่คือพระกายของเราที่ให้เพื่อพวกท่าน จงทำอย่างนี้เพื่อระลึกถึงเรา”

25หลังจากกินอาหารเย็นแล้ว พระองค์ทรงหยิบถ้วยด้วยวิธีเดียวกัน และตรัสว่า “ถ้วยนี้คือพันธสัญญาใหม่ด้วยพระโลหิตของเรา เมื่อใดที่พวกท่านดื่มจากถ้วยนี้ จงทำอย่างนี้เพื่อระลึกถึงเรา”2 26เพราะเมื่อใดที่พวกท่านกินขนมปังนี้และดื่มจากถ้วยนี้ พวกท่านก็ประกาศการสิ้นพระชนม์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าจนกว่าพระองค์จะเสด็จมา 27ดังนั้น ใครก็ตามที่กินขนมปังหรือดื่มจากถ้วยขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างไม่สมควร ก็จะมีความผิดต่อพระกายและพระโลหิตขององค์พระผู้เป็นเจ้า 28แต่ให้แต่ละคนสำรวจตัวเองก่อน แล้วจึงกินขนมปังและดื่มจากถ้วยนั้น 29เพราะคนที่กินและดื่มโดยไม่ตระหนักถึงพระกายขององค์พระผู้เป็นเจ้า ก็กินและดื่มการพิพากษาลงโทษมาสู่ตนเอง 30ด้วยเหตุนี้ หลายคนในหมู่พวกท่านจึงอ่อนแอและเจ็บป่วย และมีไม่น้อยที่ล่วงหลับไปแล้ว

31แต่ถ้าเราสำรวจตัวเอง เราก็จะไม่ถูกพิพากษาลงโทษ 32แต่เมื่อเราถูกพิพากษาลงโทษ องค์พระผู้เป็นเจ้าก็ทรงตีสอนเรา เพื่อเราจะไม่ถูกตัดสินลงโทษพร้อมกับโลกนี้ 33ดังนั้น พี่น้องของข้าพเจ้า เมื่อพวกท่านมาชุมนุมกันเพื่อกินอาหาร ก็จงรอคอยกันและกัน 34ถ้าใครหิว ก็ให้เขากินที่บ้าน เพื่อการมาชุมนุมกันของพวกท่านจะไม่นำไปสู่การพิพากษาลงโทษ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ข้าพเจ้าจะจัดการให้เรียบร้อยเมื่อข้าพเจ้ามาถึง